fbpx

กรมการแพทย์แนะ พบผู้ป่วยชัก “ไม่งัด ไม่ง้าง ไม่ถ่าง ไม่กด ไม่ทั้งหมด ชักหยุดเอง แค่ดูแลให้ชักอย่างปลอดภัย”

กรมการแพทย์ โดยสถาบันประสาทวิทยา เผยว่า โรคลมชัก หรือ โรคลมบ้าหมู ซึ่งเป็นอาการชักเกร็ง กระตุก ไม่สามารถควบคุมร่างกาย หรือระมัดระวังตนเองได้ ผู้พบเห็นสามารถให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นโดยการ “ไม่งัด ไม่ง้าง ไม่ถ่าง ไม่กด ไม่ทั้งหมด ชักหยุดเอง แค่ดูแลให้ชักอย่างปลอดภัย”  

โรคลมชัก หรือ โรคลมบ้าหมู เกิดจากอะไร ?

นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ ให้ข้อมูลว่า อาการชักเกร็งผิดปกติ อาจเป็นอาการของ “โรคลมชัก” ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลาง หรือความผิดปกติที่เกิดขึ้นต่อเนื้อสมองสามารถทำให้เกิดอาการชักได้ ซึ่งความผิดปกติดังกล่าว สามารถเกิดขึ้นได้ผ่าน 2 ปัจจัยที่แตกต่างกัน:

  • ความผิดปกติที่เกิดขึ้นตั้งแต่กำเนิดหรือโดยพันธุกรรม เช่น เนื้อสมองเจริญเติบโตผิดปกติ สารเคมีในสมองผิดปกติ พันธุกรรมผิดปกติ
  • ความผิดปกติที่เกิดขึ้นในภายหลัง เช่น ความผิดปกติต่อสมองระหว่างตั้งครรภ์ ความผิดปกติต่อสมองระหว่างคลอด อุบัติเหตุทางศีรษะ การติดเชื้อในสมอง โรคหลอดเลือดสมอง

จะเห็นได้ว่าสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคลมชักนั้น มีหลากหลาย และสามารถพบได้ในแต่ละช่วงอายุ ดังนั้น จึงเป็นเรื่องปกติที่เราจะมีโอกาสพบเห็นผู้ป่วย หรือพบคนที่กำลังมีอาการชักได้ทั่วไปในสังคม

ทั้งนี้ ในประเทศไทยมีผู้ป่วยด้วยโรคลมชักมากกว่า 5 แสนคน และมากกว่า 50 ล้านคนทั่วโลก  

ผู้ป่วยกำลังชัก มีอาการอย่างไร ?

นพ.ธนินทร์ เวชชาภินันท์ ผู้อำนวยการสถาบันประสาทวิทยา กล่าวว่า อาการของโรคลมชัก ที่คนทั่วไปรู้จักดีที่สุดคือ อาการเกร็งกระตุกทั้งตัว ทั้งนี้อาการชักมีรูปแบบที่หลากหลายขึ้นกับตำแหน่งของเนื้อสมองที่ผิดปกติ บางคนอาจจะมีอาการเหม่อนิ่ง กระพริบตาถี่ ๆ เป็นระยะเวลาสั้น ๆ บางคนมีอาการเคี้ยวปาก แลบลิ้น ทำปากขมุบขมิบ ขยำมือ ตาเหลือก คอบิด แขนหรือขาเกร็งหรือกระตุกซีกใดซีกหนึ่งของร่างกาย บางครั้งอาจจะมีเสียงพูดแปลกๆ มีอาการตัวอ่อนล้มลงไป มีอาการใจสั่น มีอาการขนลุก เป็นต้น แต่อาการทุกรูปแบบของลมชัก เกินกว่าร้อยละ 90 จะหยุดเองได้ในระยะเวลาไม่เกิน 5 นาที

ความอันตรายที่เกิดขึ้น ขณะผู้ป่วยกำลังชัก

อันตรายที่จะเกิดขึ้นกับผู้ป่วยขณะมีอาการชัก ไม่ได้เกิดจากอาการของโรคลมชักโดยตรง แต่จะเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นขณะที่มีอาการมากกว่า เพราะผู้ป่วยส่วนใหญ่จะไม่สามารถควบคุมร่างกาย หรือระมัดระวังตนเองได้ ทำให้อาจเกิดอุบัติเหตุ เช่น ตกจากที่สูง ตกคูคลองหนองน้ำ อุบัติเหตุจากการใช้ยานพาหนะ ไฟไหม้น้ำร้อนลวก หรือถูกของมีคมบาด เป็นต้น

เห็นผู้ป่วยกำลังชัก ควรให้ความช่วยเหลืออย่างไร ?

ผู้เห็นเหตุการณ์ควรคอยช่วยเหลือดูแลให้ผู้ป่วยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย รวมถึง ไม่งัด ไม่ง้าง ขณะที่คนไข้ชัก จึงเป็นที่มาของการให้การช่วยเหลือเบื้องต้นเมื่อพบผู้ป่วยที่มีอาการชักว่า “ไม่งัด ไม่ง้าง ไม่ถ่าง ไม่กด ไม่ทั้งหมด ชักหยุดเอง แค่ดูแลให้ชักอย่างปลอดภัย”

อ้างอิง: กรมการแพทย์

หากเห็นว่าผู้ป่วยมีอาการชักนานเกินกว่า 5 นาที เป็นการชักครั้งแรกในชีวิต หรือมีอาการชักซ้ำหลายรอบ สามารถโทรสายด่วนฉุกเฉิน 1669 เพื่อแจ้งเหตุ และขอคำแนะนำหรือความช่วยเหลือได้ 

อ้างอิง: กรมการแพทย์ (ข้อมูล ณ วันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2565)