fbpx

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จัดสิทธิประโยชน์ดูแลหญิงไทยจากภาวะตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ตระหนักต่อปัญหาต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการตั้งครรภ์ไม่พร้อม จึงได้ทำการบรรจุ “การป้องกันการยุติการตั้งครรภ์ที่ไม่ปลอดภัย” เป็นสิทธิประโยชน์ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อเป็นการดูแลความปลอดภัยให้กับหญิงไทยทุกอายุ ทุกสิทธิการรักษา ที่จำเป็นต้องยุติการตั้งครรภ์จากภาวะการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ รวมทั้งยังเป็นการจัดบริการต่อเนื่องภายหลังจากตรวจพบความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์ ทั้ง โรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย และกลุ่มอาการดาวน์ เป็นต้น 

เงื่อนไขเบื้องต้นในการรับบริการยุติการตั้งครรภ์

การรับบริการยุติการตั้งครรภ์ ต้องเป็นไปตามตามเงื่อนไขของ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ฉบับที่ 28 พ.ศ.2564 และข้อบังคับแพทยสภา ที่เป็นการให้บริการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยครอบคลุมการให้บริการทั้งวิธีการใช้ยายุติการตั้งครรภ์ (Misoprostol 200 mcg + Mifepristone 200 mg ชนิด combination pack) ที่หน่วยบริการขึ้นทะเบียนเป็น “หน่วยบริการที่มีศักยภาพให้บริการยุติการตั้งครรภ์ด้วยยา” กับกรมอนามัย ซึ่งมีจำนวน 144 แห่ง ครอบคลุม 23 จังหวัด หรือบริการยุติการตั้งครรภ์ด้วยวิธีศัลยกรรม เช่น การใช้กระบอกดูดสุญญากาศ (Manual Vacuum Aspiration: MVA) การใช้เครื่องดูดสุญญากาศไฟฟ้า (Electric Vacuum Aspiration: EVA) อย่างใดอย่างหนึ่ง โดยหน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่มีศักยภาพบริการ 

สิทธิประโยชน์อื่น ๆ จาก สปสช. ป้องกันตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์

เพื่อเป็นการป้องกันภาวะการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงปัญหาท้องไม่พร้อมในกลุ่มวัยรุ่น สปสช. ยังได้จัดสิทธิประโยชน์บริการอื่น ๆ เช่น บริการวางแผนครอบครัวและการป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์แบบชั่วคราว โดยการให้บริการคุมกำเนิดแบบชั่วคราวในหญิงไทยวัยเจริญพันธุ์ ได้แก่ บริการยาคุมฉุกเฉิน ถุงยางอนามัย ยาคุมกำเนิด และยาฉีดคุมกำเนิด

ในส่วนของบริการยาคุมฉุกเฉิน ในปีงบประมาณ 2566 นี้ สปสช.ได้เพิ่มบริการยาคุมฉุกเฉินที่ร้านยาที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงบริการการป้องกันและควบคุมการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์แบบกึ่งถาวร เป็นการให้บริการคุมกำเนิดกึ่งถาวร ในหญิงไทยวัยเจริญพันธุ์ทุกสิทธิการรักษา ที่อยู่ในภาวะหลังคลอด หรือหลังแท้ง หรือต้องการคุมกำเนิด ได้แก่ บริการห่วงอนามัย และบริการยาฝังคุมกำเนิด 

หากท่านต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้ที่ สายด่วน สปสช. 1330 หรือช่องทางออนไลน์ ผ่านช่องทาง LINE (ไอดี @nhso) และ Facebook

อ้างอิง: สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) (ข้อมูล ณ วันที่ 28 กันยายน 2565)