fbpx

แนวโน้มธุรกิจ Healthcare ในอนาคตและการปรับใช้เทคโนโลยีในธุรกิจโรงพยาบาล

การใช้เทคโนโลยี และ แนวโน้มธุรกิจ Healthcare (1)

Share Post:

แนวโน้มธุรกิจ Healthcare ในอนาคตและการปรับใช้เทคโนโลยีในธุรกิจโรงพยาบาล

ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา หลายๆ คนน่าจะเริ่มใช้บริการหรือเครื่องมืออะไรใหม่ที่ยังไม่เคยมีมาก่อน เช่น การซื้อของออนไลน์ เรียกแท็กซี่ออนไลน์ ซื้ออาหารออนไลน์ เป็นต้น โดยใช้ผ่านเครื่องมือชิ้นเดียว เช่น คอมพิวเตอร์ หรือ โทรศัพท์มือถือ ที่สามารถทำงานโดยรวมทุกอย่างไว้ด้วยกัน เป็น One-stop Service คนใน 20-30 ปีที่แล้วไม่มีทางนึกออก ซึ่งเป็นการเอาเทคโนโลยี ดิจิตัล เข้ามาประยุกต์ใช้

การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีส่งผลต่อ Healthcare อย่างไร

วงการอื่นๆ เค้ามีการพัฒนากันไปไกล พอมาพูดถึงส่วนของอุตสาหกรรมธุรกิจสุขภาพหรือ Healthcare, สาธารณสุข และวงการการแพทย์ ซึ่งใน 10 ปีที่แล้วกับ 10 ปีที่ผ่านมาก็มีการเอาเทคโนโลยีเข้ามา เราเข้ารับบริการก็พอจะเห็นกัน อาจจะมีระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาจัดการให้เร็วขึ้น มีระบบเข้ามาเสริม แต่มันยังไม่ถูกพลิกโฉมขนาดนั้น

เรื่องที่จะเห็นได้ชัดเจนที่สุดที่น่าจะเกิดขึ้นในการแพทย์ ก็จะเป็นเรื่อง การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในกระบวนการทำงานของบุคลากร และกระบวนการเข้ารับการรักษาของผู้ป่วย เช่น ตั้งแต่ก่อนเข้าโรงพยาบาลเราก็จะสามารถบอกอาการ สื่อสารได้ที่บ้าน ซึ่งทางโรงพยาบาลก็จะรับรู้ได้ว่า จะมีผู้ป่วยกี่คน มีอาการอย่างไร เข้ามาในแต่ละวัน ทำให้ทางโรงพยาบาลบริการการจัดการบุคลากรได้ด้วย

เทคโนโลยีช่วยให้เป็น Digital Hospital

ปัจจุบันที่ทาง Healthcare ประสบปัญหาอยู่ ที่ทำให้เกิดความติดขัด ล่าช้า มีอะไรบ้าง?

เรื่องสำคัญๆ ที่เห็นได้ชัดๆ เลย คือ การคัดกรองตอนแรก ที่ว่าผู้ป่วยมีสิทธิ 30 บาท หรือสิทธิบัตรทอง หรือมีประกันกลุ่มอะไรมั้ย ประกันยี่ห้ออะไร ซึ่งตรงนี้ทางบุคลากรก็ต้องมาคัดกรองก่อน เบิกได้หรือไม่ได้ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ทำให้ติดเป็นคอขวด 

ถ้าหากผู้ป่วยสามารถแจ้งสิทธิหรือคัดกรองเบื้องต้นตั้งแต่ก่อนรับการรักษา ทางผู้ให้บริการก็จะสามารถคำนวนได้ด้วยว่า เบิกได้เท่าไหร่อย่างไร ซึ่งกระทบต่อการเงินด้วย ส่งผลให้ทั้งกระบวนการ ทั้ง Flow มีความไหลลื่นมากขึ้น จากแต่เดิมที่ให้มนุษย์เป็นผู้ทำอาจจะมี Human Error หรือความผิดพลาดของคนเกิดขึ้น เราก็จะเปลี่ยนให้หุ่นยนต์หรือเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาทำแทน ที่ทำให้เร็วและแม่นยำกว่า 

การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยแพทย์เพื่อวินิจฉัย

นอกเหนือจากนี้ก็ยังมีการเอาเทคโนโลยีมาช่วยบุคลากรทางการแพทย์ด้วย หลายๆ คนอาจจะเคยได้ยินคำว่า Ai หรือ Artificial Intelligent คือ ใช้เทคโนโลยีมาวิเคราะห์หรือคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตซึ่งเมื่อเราเอา Ai เข้ามาใช้ประโยชน์ในเรื่องของการวินิจฉัยนี้ ก็จะสามารถบอกได้ว่าผู้ป่วยคนนี้มีโอกาสเป็นโรคอะไรหรือมีภาวะอะไรในอนาคต 

ยกตัวอย่างง่ายๆ อย่างการ X-ray ที่เมื่อเราได้ผลมาแล้วทีมแพทย์ก็จะมาดูฟิล์มว่า ปอดมีฝ้าตรงไหน มีลักษณะการแตกหักของกระดูกมั้ย เป็นต้น

การนำ Ai เข้ามาช่วยจุดนี้ เทคโนโลยีจะช่วยลดงานของบุคลากร มันช่วยให้เราวิเคราะห์จากข้อมูลที่มันมีว่า ผลฟิล์มนี้มีความผิดปกติอย่างไร แต่สุดท้ายแพทย์ก็ต้องเข้ามายืนยันเพื่อให้เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะ AI ก็อาจจะไม่ถูกต้อง 100% เสมอไป

การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดงานบุคลากรทางการแพทย์

ทั้งนี้เราสามารถเปลี่ยนเอกสารที่เป็นกระดาษมาเป็นระบบดิจิตัลได้ เนื่องจากในอดีตบุคลากรจะบันทึกในกระดาษ และจัดเก็บไว้ในแฟ้มต่าง ๆ ถ้าเราเปลี่ยนมาเป็นระบบดิจิตัล ข้อมูลจะถูกเก็บอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถระบุได้ว่าใครเป็นคนกรอก การแก้ไขเกิดขึ้นเมื่อไหร่ รวมถึงการเก็บข้อมูลที่เยอะ อย่างข้อมูลผู้ป่วยตั้งแต่เกิดจนแก่จะสามารถรวบรวมเพื่อให้ประโยชน์ในการวินิจฉัยคนคนนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและข้อมูลครบถ้วนมากขึ้น

สิ่งนี้ทางรัฐก็พยายามผลักดันอยู่ เนื่องจากอยากให้ข้อมูลผู้ป่วยนี้ถูกทำเป็น 1 ชุดข้อมูล ที่เมื่อเราไปโรงพยาบาลไหนก็สามารถที่จะเห็นข้อมูลชุดนี้ได้ ไม่ต้องเก็บข้อมูลผู้ป่วยใหม่ให้เยอะและป้องกันการผิดพลาด รายละเอียดก็จะส่งต่อโรงพยาบาลอย่างครบถ้วนมากขึ้น โดยจะเรียกว่า “Single Health Record” 

ธุรกิจ Healthcare จะมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเข้าสู่ยุคดิจิตัลอย่างไร?

การวางแผนและบริหารจัดการธุรกิจจะง่ายขึ้น ชัดเจนขึ้นจากข้อมูลที่มี เช่น จำนวนผู้ป่วยแต่ละวัน จำนวนโรค ค่าใช้จ่าย ต่างๆ จะถูกเก็บในระบบดิจิตัล และสามารถนำมาผนวกเพื่อให้ผู้ประกอบการใช้วางแผนเพื่อออกแผนธุรกิจที่แม่นยำมากขึ้น 

ซึ่งอาจจะใช้ข้อมูลในอดีต (Historical Data) มาใช้คาดการณ์เพิ่มเติม เช่น วันจันทร์จะมีลูกค้าประเภทนี้ โรคนี้เข้ามาเยอะ เพื่อสามารถออกกลยุทธ์มารองรับได้ หรือแม้กระทั่งช่วงเวลาของปี มีโรคระบาดอะไรบ้าง ก็จะสามารถวางแผนระบบยา ระบบคนเพื่อรองรับได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

Princhealth เริ่มมีการทำอะไรที่เป็นเทคโนโลยีแบบนี้

ปัจจุบันก็จะมี Mobile App ที่ให้ผู้ป่วย สามารถเข้าดูข้อมูลประวัติการรักษาของตัวเองทั้งหมดได้ รวมไปถึงในอนาคตจะสามารถจองนัดหมายได้ด้วย

รวมไปถึงระบบคิวที่ทำให้ผู้ป่วย ไม่ต้องไปนั่งรอที่แผนกนานๆ เพื่อช่วยลดเวลาและระบุเวลาที่ชัดเจนขึ้น จริงๆ แล้วลูกค้าเค้าไม่รู้สึกแย่ที่ต้องรอ แต่ปัญหาคือเค้าต้องการรู้ว่า รอเพราะอะไรและนานแค่ไหนมากกว่า ดังนั้นนี่คือประเด็นสำคัญที่เราจะเอาเทคโนโลยีมาเชื่อมจุดนี้ด้วย

อีกหนึ่งจุดที่เราพยายามจะใช้เทคโนโลยีในธุรกิจ Healthcare ของเรา คือ ePayment เพื่อตอบโจทย์สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) ด้วย เพื่อลดขั้นตอนและสร้างความสะดวกสบาย อีกทั้งเพื่อเป็นการระบุราคาเบื้องต้นให้ลูกค้าและก็เรื่องของการไม่ต้องรอคิวจ่ายเงิน

อีกเรื่องของการจ่ายยา เรามักจะได้ข้อมูลเรื่องยาตั้งแต่ที่หมอ ซึ่งบางครั้งผู้ป่วยอาจจะหลงลืมหรือกินยาไม่ตรงเวลา ส่วนของเทคโนโลยีก็จะเข้ามาช่วยบอกข้อมูลยา รวมถึงอาจสามารถแจ้งเตือนได้ด้วย

เทคโนโลยีระบบ IoT จะเข้ามาช่วย Healthcare ให้วัดผลผู้ป่วย

เทคโนโลยีอย่าง  IoT จะมีผลเข้ามาช่วยเรื่อง Healthcare มากขึ้น

พวกอุปกรณ์ที่ใช้งานติดตัว เช่น Smart Watch ที่สามารถเข้ามาตรวจจับพฤติกรรมและการเคลื่อนไหวของผู้ป่วยได้ สิ่งนี้จะช่วยให้บุคลากรทางแพทย์ในเรื่องการวัดผลผู้ป่วยที่ต้องติดตามอาการต่อเนื่อง เช่น เพื่อเช็คว่าเค้าออกกำลังกายบ่อยมั้ย? หรือความดันเลือดเป็นอย่างไร  พวก IoT เหล่านี้จะช่วยแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการแพทย์เพื่อช่วยปรับและรักษาผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ภาพในอนาคตของธุรกิจ Healthcare จะเป็นอย่างไร?

ผู้เข้ารับบริการก็จะมีการเปลี่ยนแปลงไป เช่น ไม่จำเป็นต้องไปโรงพยาบาล โดยจะมีระบบอย่าง Telemed ที่รักษาทางไกล ที่ช่วยให้ผู้ป่วยได้รักษาแม้ไม่อยากไปพบเพราะด้วยเรื่องส่วนตัวต่าง ๆ หรือบริการที่สามารถเรียก ผู้ให้บริการไปที่บ้านได้บ้าง 

การเข้ามาของระบบดิจิตัลจะมีมากขึ้นในทุกๆ จุดของการบริการที่การแพทย์ ตั้งแต่ผู้เข้ารับบริการจนถึงการรักษาของแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ก็จะมีการลดงานเพื่อให้สามารถโฟกัสส่วนที่เป็นงานบริการได้ และด้านงานบริหารก็จะได้ข้อมูลที่สามารถคาดการณ์และวางแผนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ท่านผู้ที่สนใจสามารถติดตามสาระดีๆเกี่ยวกับการแพทย์และสุขภาพได้ที่
เฟซบุ๊ก : Principal Healthcare Company
PRINC Shop: https://bit.ly/3n3AQ2F
Application Princhealth : https://bit.ly/3n2Qag1
Dr.PRINC TeleHealth Line Official คลิกที่: https://lin.ee/VqW2sGd
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center : 02 080 5999