fbpx

ไขข้อสงสัย: โรคมะเร็ง ป้องกันได้จริงหรือ?

มะเร็งเป็นอีกหนึ่งโรคร้ายที่ขึ้นชื่อเรื่องความอันตราย และความยากในการรักษา ผลกระทบที่เกิดจากการป่วยเป็นโรคมะเร็ง นอกจากจะเกิดกับตัวผู้ป่วยเอง ยังส่งผลต่อสมาชิกในครอบครัว และบุคคลรอบตัวของผู้ป่วยด้วย การทำการรักษา หากป่วยเป็นมะเร็ง จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ และคงจะดีกว่า หากเราสามารถป้องกันการเกิดมะเร็งได้

หลายคนอาจเคยได้ยินมาว่า มะเร็งสามารถป้องกันได้ ซึ่งข้อเท็จจริงโดยพญ. วีรนุช รัตนเดช แพทย์เฉพาะทางสาขาอายุรแพทย์โรคมะเร็ง โรงพยาบาลพิษณุเวช กล่าวว่า คำตอบของข้อสงสัยว่ามะเร็งสามารถป้องกันได้จริงหรือ แบ่งออกเป็น 2 คำตอบ คือ “ได้” ในมะเร็งบางชนิดที่เราทราบปัจจัยเสี่ยงชัดเจน และ “ไม่ได้” ในมะเร็งบางชนิดที่เราไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน โดยวันนี้เราจะมาเรียนรู้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับมะเร็ง และวิธีการลดความเสี่ยงของการเป็นโรคมะเร็งบางชนิด

โรคมะเร็งเกิดได้กับทุกอวัยวะและทุกเซลล์ของร่างกาย

เราอาจจะคุ้นชินกับโรคมะเร็งที่อวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย อย่างเช่น มะเร็งปอด มะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม เราจึงคุ้นเคยกับโรคมะเร็งชนิดดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตาม จริง ๆ แล้วนั้น โรคมะเร็งสามารถเกิดได้กับทุกอวัยวะและทุกเซลล์ของร่างกาย โดยยังมีมะเร็งอีกเป็นพันชนิดเลยก็ว่าได้ที่เราไม่เคยได้ยิน เนื่องจากเป็นมะเร็งที่ไม่ได้พบบ่อย

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง (Risk Factor) คืออะไร? 

เนื่องจากในปัจจุบันเรายังไม่ได้ทราบสาเหตุที่แน่นอนของโรคมะเร็ง  เราทราบเพียงว่าปัจจัยใดที่เกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็ง เราจึงมักใช้คำว่า “ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็ง” มากกว่าคำว่า “สาเหตุของมะเร็ง” เมื่อใดก็ตามที่เรายังมีปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งชนิดนั้น ๆ อยู่ เราก็มีโอกาสที่จะเกิดโรคมะเร็งชนิดนั้น ๆ ได้มากกว่าผู้ที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงโดยทั่วไป ของการเกิดโรคมะเร็งในปัจจุบันมีอะไรบ้าง?

  1. อายุที่มากขึ้น/ เชื้อชาติ
  2. ประวัติโรคมะเร็งในครอบครัว 
  3. ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  4. สูบบุหรี่ และการได้รับควันบุหรี่มือสอง
  5. ติดเชื้อไวรัสบางชนิด
  6. รังสีอุลตร้าไวโอเลต (UV)
  7. ความอ้วน 

สามารถลดปัจจัยเสี่ยงของการเกิดมะเร็งได้อย่างไรบ้าง?

การลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งแต่ละชนิด อาจแตกต่างกันออกไป โดยเราสามารถเริ่มต้นลดความเสี่ยงจากการป่วยเป็นโรคมะเร็ง โดยการปรับเปลี่ยน และระมัดระวังในการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น โดยวิธีการต่าง ๆ ดังนี้:

  1. งด หรือลด การสูบบุหรี่ และการดื่มเครื่องแอลกอฮอล์
  2. ทานอาหารที่มีประโยชน์
  3. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  4. รับวัคซีนเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสที่เป็นปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งบางชนิด
  5. มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย
  6. ทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ เลี่ยงการอยู่ในที่แดดจัด
  7. หมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกาย และเข้ารับการตรวจคัดกรองตามอายุ และความเสี่ยง

การตรวจคัดกรองมะเร็ง (Cancer Screening)

เป็นการตรวจคัดกรองโรคในระยะที่ยังไม่แสดงอาการ โดยหากตรวจพบโรคในระยะเริ่มต้น จะสามารถทำการรักษาได้ผลมากขึ้น หรือมีโอกาสหายขาดมากขึ้น โดยเราควรตรวจคัดกรองมะเร็งหากมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งมากกว่าบุคคลทั่วไป และเมื่ออายุถึงเกณฑ์ตรวจคัดกรอง* โดยการตรวจคัดกรองตามอายุ อาจแบ่งออกได้ดังนี้ (ในกรณีที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงใดเป็นพิเศษ)

เพศชาย

อายุ 45 ปี ขึ้นไป คัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่
อายุ 55 ปี ขึ้นไป คัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก 

เพศหญิง

อายุ 21 ปี ขึ้นไป (หรือมีประวัติมีเพศสัมพันธ์) คัดกรองมะเร็งปากมดลูก
อายุ 40 ปี ขึ้นไป คัดกรองมะเร็งเต้านม
อายุ 45 ปี ขึ้นไป คัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่

*ข้อมูลดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ขึ้นกับงานวิจัยปัจจุบัน 

อย่างไรก็ตาม หากมีอาการผิดปกติที่สงสัยว่าจะเป็นมะเร็ง เช่น คลำเจอก้อนที่บริเวณใดก็ตามของร่างกาย ไอเรื้อรัง น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ กลืนอาหารลำบาก ถ่ายเป็นเลือด หรือมีอาการผิดปกติอื่นที่สงสัยว่าจะเป็นมะเร็ง  ควรรีบเข้ารับคำปรึกษาและตรวจวินิจฉัยจากแพทย์โดยเร็วที่สุด 

อ้างอิง: พญ. วีรนุช รัตนเดช
แพทย์เฉพาะทางสาขาอายุรแพทย์โรคมะเร็ง โรงพยาบาลพิษณุเวช