fbpx

เรียนรู้-ทำความเข้าใจวิธีคุมกำเนิด ก่อนมีเพศสัมพันธ์ ป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พร้อม

เป็นที่ทราบกันดีว่าการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างหญิง-ชาย สามารถนำไปสู่การตั้งครรภ์ได้ ถึงแม้ว่าในปัจจุบัน อัตราการเกิดจะต่ำลง แต่ก็ยังมีการตั้งครรภ์ไม่พร้อมอยู่เสมอ เช่น การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น หรือการตั้งครรภ์ในผู้หญิงที่มีโรคประจำตัวที่ยังควบคุมไม่ได้ ซึ่งภาวะการตั้งครรภ์นั้นไม่ได้เลือกว่า บุคคลสองคน “พร้อม” หรือว่า “ไม่พร้อม” ในการที่จะเลี้ยงดูเด็กที่เกิดมา ดังนั้น เพื่อป้องกันปัญหาการท้องไม่พร้อม ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาระยะยาวของทั้งคุณแม่และคุณพ่อ ตลอดจนเด็กที่จะลืมตาดูโลก การเรียนรู้วิธีการคุมกำเนิด ทั้งในเพศหญิงและเพศชาย จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ

การคุมกำเนิดคืออะไร?

  1. การป้องกันไม่ให้ไข่และอสุจิผสมกันจนเกิดการปฏิสนธิ
  2. การป้องกันการฝังตัวของตัวอ่อนที่ถูกผสมแล้วที่บริเวณเยื่อบุโพรงมดลูก
  3. การทำลายไข่ที่ได้รับการผสมแล้วและมีการฝังตัวอยู่บริเวณเยื่อบุโพรงมดลูก

สามารถคุมกำเนิดได้ด้วยวิธีการใดบ้าง?

วิธีการคุมกำเนิดสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ แบบถาวร และแบบชั่วคราว

  1. การคุมกำเนิดแบบถาวร: เป็นการคุมกำเนิดที่เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีบุตรแล้ว และไม่ต้องการมีบุตรเพิ่มในอนาคต หรือมีภาวะทางร่างกายที่หากตั้งครรภ์ อาจเป็นอันตรายต่อคุณแม่และเด็กในครรภ์ได้ สามารถคุมกำเนิดแบบถาวรได้โดยการทำหมัน ทั้งในเพศหญิงและเพศชาย ซึ่งถึงแม้ว่าจะเป็นการคุมกำเนิดแบบถาวรแต่ก็สามารถเกิดการตั้งครรภ์ได้ แต่มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก
  2. การคุมกำเนินแบบชั่วคราว: เป็นวิธีการคุมกำเนิดที่มีผลเฉพาะขณะที่คุม แต่หากว่าเลิกคุมแล้วก็ยังสามารถกลับมาตั้งครรภ์ได้ตามปกติ อย่างเช่น การสวมถุงยางอนามัย การใช้ยาคุมกำเนิดชนิดรับประทาน การฉีดยาคุมกำเนิด การฝังยาคุม

วิธีการคุมกำเนิดประสิทธิภาพต่ำ โอกาสตั้งครรภ์สูง

วิธีการคุมกำเนิดโดยไม่ใช้อุปกรณ์หรือฮอร์โมนใด ๆ มีโอกาสตั้งครรภ์สูง แพทย์และผู้เชี่ยวชาญจึงไม่แนะนำให้ทำ อย่างเช่น การคุมกำเนิดโดยการหลั่งนอก หรือการกลั้นอสุจิ การนับวันหน้า 7 หลัง 7 การสวนล้างช่องคลอดหลังมีเพศสัมพันธ์ เป็นต้น

ทำการคุมกำเนิดทุกครั้ง หากไม่ประสงค์การตั้งครรภ์

ควรเลือกวิธีการคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพสูง อย่างเช่น ใช้ถุงยางอนามัย ใช้ยาคุมกำเนิดรายเดือน และควรเลี่ยงการคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพต่ำ และหากมีโรคประจำตัว หรือมียาที่ต้องกินประจำ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ในการเลือกวิธีการคุมกำเนิดที่เหมาะสม

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบโดย:
พญ.นารถลดา มาไพศาลกิจ 
สูตินรีแพทย์ โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ 2